เที่ยวกระบี่แบบประหยัด ทัวร์ 4 เกาะ ทะเลแหวก หมู่เกาะห้อง เกาะพีพี 5 คืน 6 วัน งบ 8,000 รวมตั๋วเครื่องบิน

ฮัลโหลลล้~ ไหนใครเป็นสาวกเมอร์เมดผู้มีจิดใจที่รักทะเลแบบเคทบ้าง? ล่าสุดเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา เคทกับกลุ่มเพื่อนสนิทได้จัดทริปไปเที่ยวกระบี่กันมา 5 คืน 6 วัน! โดยทริปนี้ประกอบไปด้วยการ explore อ่าวนาง + ทริป 1 วันทัวร์ 4 เกาะ (ทะเลแหวก + หาดไร่เลย์) + ทริป 1 วันทัวร์หมู่เกาะห้อง + ไปเที่ยงค้างคืนที่เกาะพีพี 2 คืน

ขอบอกเลยว่าทริปนี้เที่ยวคุ้มมาก! สนุกมากกก ก.ไก่ ล้านตัว เคทอยากจะมาแชร์เรื่องราวการท่องเที่ยวแบบวันต่อวัน มีประสบการณ์ตลกๆ งงๆ รวมทั้ง tips & tricks ในการเที่ยวแบบ on budget หรือแบบประหยัดงบมาแชร์ให้ทุกคนฟังกัน ก่อนอื่น เรามาดูคลิปรวมบรรยากาศความสนุกทริปนี้กันดีกว่าค่ะ!

Day 1 : นอนเกยตื้นหาดอ่าวนาง เดินตลาดนัดกลางคืนตัวเมืองกระบี่ ครั้งแรกกับการพักที่ปาร์ตี้โฮสเทล

ในวันแรกเคทกับเพื่อนได้เดินทางมาถึงกระบี่แต่เช้าเลย พวกเราบินมากับ Lion Air ไฟลต์ไป-กลับในราคา 3,319 บาทต่อคน พอมาถึงเดินออกมาจะมีให้เลือกระหว่าง Airport Shuttle Bus (คนละ 150 บาท) กับ แท็กซี่ ราคาต่อรองได้ เคทนั่งไปที่อ่าวนางกับเพื่อนอีกสองคน 500 บาท แชร์กันสามคน (เพื่อนอีกสองคนตามมาถึงกระบี่ช่วงบ่าย บินมาจากมาเลเซีย) ตกคนละประมาณ 166 บาท ใช้เวลาเดินทางครึ่งชั่วโมง

โรมแรมที่เคทกับเพื่อนเลือกมาพักอยู่ติดหน้าหาดอ่าวนางเลย มีถนนขั้นระหว่างชายหาดกับพวกร้านอาหาร โรงแรม คาเฟ่ และร้านขายของที่ระลึกต่างๆ ที่พักพวกเราเลือกก็คือ Balcony Party Hostel เป็นโฮสเทลที่ค่อนข้างดังและเป็นที่นิยมโดยเฉพาะในหมู่ชาวต่างชาติ ฝรั่งมาพักเยอะมาก ข้อดีของการพักโรงแรมในรูปแบบโฮสเทลคือ เราจะได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆจากทั่วทุกมุมโลก ดีไม่ดีใครที่มาเที่ยวคนเดียว พอ make friend ก็มี travel buddy เฉยเลยงี้

ถ้าบอกว่าที่พักที่นี่ตกคืนละ 270 บาทต่อคนจะเชื่อมั้ย 5555555 สามคืน 810 ถูกมากแม่! ไม่ได้ถูกอย่างเดียว สิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างครบ เตียงนอนเป็นแบบ Bunk beds มีผ้าม่านเพิ่มความเป็นส่วนตัว มีปลั๊คไฟกับไฟหัวเตียงให้ทุกเตียง ส่วนห้องน้ำและห้องอาบน้ำก็สะอาด มีไดร์เป่าผมให้พร้อม

เดินเลี้ยวออกมาจากโซนห้องพักก็จะเจอกับระเบียงกว้าง outdoor ที่เป็นบาร์ของทางโฮสเทล ตกกลางคืนที่ลานนี้จะค่อนข้างครึกครื้น มีทั้งนักท่องเที่ยวทั่วไปและแขกของโฮสเทลเราเองมานั่งกินลมชมวิว เล่นเบียร์ปอง แทงสนุ๊ก ปาเป้ากันที่นี่

เคทกับเพื่อนๆใช้เวลาไปกับการนอนขี้เกียจเป็นพะยูนเกยตื้นอาบแดดและเล่นน้ำอยู่ที่ชายหาดอ่าวนางตลอดวัน พอตกเย็นกลับไปอาบน้ำและออกมาที่ชายหาดอีกรอบเพื่อดูพระอาทิตย์ตก หาดอ่าวนางเป็นที่ที่สามารถดูพระอาทิตย์ตกได้ทุกวัน สวยทุกวันเลยจริงๆ 

สำหรับร้านอาหารที่อยากแนะนำในย่านอ่าวนาง บอกเลยว่าถ้าใครมากระบี่ต้องมาแวะ! เป็นร้านอาหารข้างทาง street food ที่ราคาเบากว่าร้านอื่นๆเยอะอยู่ แถมเจ้ๆเจ้าของร้านก็เฟรนด์ลี่มากก มีลดราคาให้แล้วยังแถมไอศครีมกะทิให้พวกเราคนละถ้วยอีกต่างหาก น่ารักมากๆ เป็นร้าน go-to ของพวกเราเกือบทุกวันที่อยู่อ่าวนางเลย สำหรับใครที่ต้องการพิกัดคัดลอกรหัสนี้ไปวางใน Google Maps ได้เลย → 8.032259, 98.823391

โปรแกรมถัดมาก็คือไปเดิน Night Market ในตัวเมืองกระบี่ ซึ่งต้องนั่งรถไปประมาณ 30 นาที พอเดินมาเจอรถแดงหลายๆคันจอดอยู่ตามถนนหน้าหาดเลยต่อรองกับพี่เขาให้พาไปส่งที่ตลาดนัดและรอรับกลับในราคา 800 บาท เท่ากับตกคนละ 160 บาทนั่นเอง พี่คนขับชื่อพี่สตอ (พี่เค้าน่ารักมากก ใจดีมากกก) ลำโพงรถพี่เค้าเฟี้ยวมาก มีสายอ้อมมาให้ต่อกับมือถือละเปิดเพลงกันเองได้ อลังการค่ะ! พวกเราเลยเปิดคอนเสิร์ตคาราโอเกะกันบนรถแดงเลย สนุกมากกก เป็น experience ที่ชอบที่สุดในทริปนี้บอกเลย

ถนนคนเดินที่นี่ไม่ได้ใหญ่เว่อร์วังเหมือนที่เชียงใหม่หรือตลาดนัดกลางคืนใหญ่ๆในกรุงเทพ แต่ก็มีของกินจุกจิกให้เลือกเยอะอยู่ มีพวกของ Handmade ของฝากต่างๆ แล้วก็จะมีลานกว้างที่มีโต๊ะเยอะๆ กับเวที ตอนที่เราไปนั่งดูก็มีนักท่องเที่ยวมาต่อคิวกันขึ้นไปร้องเพลง ทั้งฝรั่ง คนไทย สนุกสนานกันใหญ่ มีอยู่โชว์นึงเป็นเพลงลูกทุ่ง ป้าขายข้าวจากร้านแถวนั้นขึ้นไปเต้นสายย่อแบบมันส์มากกก นี่ก็นั่งดูไปขำไป บันเทิงสุด55555555

เนื่องจากโฮสเทลเราตั้งอยู่ภายใน Center Point ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมของบาร์ต่างๆ ดึกๆจะมีพี่ๆเพศที่สามแต่งชุดราตรีสวยๆมาสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่นักท่องเที่ยว โลเคชั่นของที่พักพวกเราอยู่บนสุดของ Center Point ต้องขึ้นบันไดเลื่อนไปสองชั้น มองลงมาจาก rooftop bar ของโฮสเทลจะเห็นบาร์หลายร้าน เปิดเพลงกระหึ่มมาก ซึ่งเป็นข้อเสียของการพักที่ party hostel เพราะบาร์ตรงระเบียงของโรงแรมปิดตอนตี 1 แต่ถึงจะปิดแล้ว เราก็ยังได้ยินเสียงเพลงและแรงสั่นสะเทือน (เตียงสั่นจริงๆนะ55555555) ของเพลงจากพวกบาร์ชั้นล่าง ที่เปิดจนถึงตีสอง เพราะฉะนั้นถ้าเป็นคนหลับยาก ต้องนอนแบบเงียบๆ ไม่ต้องคิดที่จะเข้านอนก่อนตีสองเลยจ้า5555555

กลับมาจากตลาดนัดเคทกับเพื่อนๆก็มาเล่น Beer Pong กันที่บาร์ของโฮสเทล ตอนกลางคืนที่นี่บรรยากาศดีมาก เปิดไฟสวย เพลงเพราะ หัวค่ำเพลงจะออกแนวชิลล์ๆ R&B พอตกดึกก็จะเริ่มแรพโย่วฮิปฮอป555555

แชะรูปกล้องฟิล์มกับพี่บัง บาร์เทนเดอร์แห่ง Balcony Party Hostel ซะหน่อย ไหนๆเข้าห้องไปก็นอนไม่หลับเพราะเพลงดัง เลยนั่งเม้าส์กับพี่เค้าซะเลย555555 พี่ๆที่นี่ใจดี ดูแลดีมากก

Day 2 : ทัวร์เกาะห้อง อ่าวห้องลากูน เกาะผักเบี้ย เกาะลาดิง

ก่อนที่จะมากระบี่พวกเราได้ซื้อ Day Trip สำหรับทัวร์ 4 เกาะ และทัวร์หมู่เกาะห้องเอาไว้แล้วกับทาง Krabi View Tour โอนมัดจำไป 50% แล้วอีกครึ่งนึงมาจ่ายเงินสดก่อนขึ้นเรือ พวกเราตัดสินใจเหมาเรือหางยาวแบบส่วนตัวเพราะมีความไพรเวทกว่า จะย้ายสถานที่ไปไหนไม่ต้องรอใคร ถ่ายรูปสะดวกกว่าเพราะมีแค่กลุ่มเรา และโดยส่วนตัวเคทคิดว่าเรือหางยาวถ่ายรูปออกมาสวยกว่าสปีทโบ๊ทด้วย สำหรับวันแรกจะเป็น Hong Islands Tour ในราคา 3,000 บาท หารกัน 5 ตกคนละ 600 บาท + ข้าวกล่องไว้กินตอนกลางวันถ้าเราให้ทางบริษัทจัดเตรียมให้ จะมีเมนูให้เลือก บางเมนู 50 บางเมนู 60 บาท 

ใครสนใจดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทัวร์จิ้มลิ้งค์นี้เลย → http://www.krabiview.com/th/private-longtail-boat 

เรือพวกเรามีรูปนีโม่อยู่ตรงหัวเรือด้วยนะ มีความตะมุตะมิ55555 อีกสิ่งที่ชอบเกี่ยวกับเรือหางยาวก็คือสามารถนั่งๆนอนๆตรงหัวเรือ อาบแดดตากลมชิลล์ๆได้ ฟีลตอนนั้นคือแบบ THIS IS LIFEEE

สำหรับทัวร์หมู่เกาะห้อง จะมีค่าอุทยาน 60 บาท จ่ายรอบเดียว จุด stop แรกของเราที่นี่ก็คือเกาะห้อง ชายหาดของหาดนี้สวยมากกก น้ำใสแบบสุดๆ และถ้าเทียบกับทุกหาดที่ไปมาในทริปนี้เคทว่าหาดนี้ทรายละเอียดและนุ่มสุดละจริงๆ เวลานั่งตามชายหาดของเกาะต่างๆก็ควรจะพกผ้าเช็ดตัวหรือเสื่อไปรองด้วยก็จะดีกว่า ไม่งั้นเวลาเล่นน้ำละมานอน ทรายติดก้น555555 เคทกับเพื่อนๆซื้อเสื่อแบบพับได้มาจากอ่าวนาง ราคา 150 บาท

จุดต่อมาก็คือ อ่าวห้องลากูน จะเป็นเหมือนเวิ้งน้ำใหญ่ๆ ขับเรือเข้าไปจอดกระโดดน้ำเล่นได้

ที่ถัดมาก็คือ เกาะผักเบี้ย พวกเราหอบข้าวกล้องลงมาจากเรือแล้วมานั่งกินกันที่นี่ จริงๆสำหรับข้าวเที่ยงเราจะกินกันตอนไหนที่ไหนก็ได้ แล้วแต่เราเลย เพราะเค้าจะให้พวกข้าวกล่องเราติดเรือมาตั้งแต่เช้าที่ออกเรือแล้ว สำหรับเกาะผักเบี้ย เคทได้รูปสวยๆมาเยอะมากกก เพราะน้ำใสแบบใสมาก อย่างรูปที่เอามาใส่ให้ดูกันพวกนี้คือไม่ได้แต่งฟิลเตอร์อะไรเลย รู้สึกภูมิใจที่ประเทศไทยมีที่สวยๆเยอะขนาดนี้

สำหรับเกาะสุดท้ายของวันนี้ เกาะลาดิง เกาะนี้เคทรู้สึกว่าหาดมันค่อยข้างแคบ พอคนเยอะมันเลยไม่ค่อยโล่งโปร่งเหมือนเกาะอื่นๆ รวมถึงน้ำที่ไม่ได้ใสเท่าเกาะผักเบี้ย เคทเลยไม่ได้ถ่ายรูปที่เกาะนี้มาเยอะเท่าไหร่ แต่ก็ได้เอาสน็อกเกิ้ล (ทางเรือมีเตรียมอุปกรณ์ไว้ให้ใช้ฟรี) ไปดำน้ำดูปลาอยู่หน่อยนึงเพราะตรงหาดน้ำตื้นพอจะมีฝูงปลาว่ายไปมาอยู่

ก่อนกลับพี่คนขับเรือใจดี พามาจอดให้กระโดดน้ำเล่นในบริเวณใกล้ๆ อันนี้สนุกมาก ยกเว้นเวลาปีนบันไดขึ้นเรือ เหนื่อยมาก555555 พอตกเย็นพวกเราก็พากันกลับมาที่อ่าวนาง พักผ่อนเก็บแรงสำหรับวันพรุ่งนี้

Day 3 : ทัวร์ 4 เกาะ ทะเลแหวก (เกาะทับ เกาะหม้อ เกาะไก่) + หาดไร่เลย์ ถ้ำพระนาง

ในวันที่สามพวกเรามีเพื่อนอีกสองคนมา join ด้วย สำหรับ 4 Islands Tour จะอยู่ที่ราคา 2,800 หารกัน 7 คน ตกคนละ 400 + ค่าอาหารกลางวันกล่องละ 50/60 บาท โลเคชั่นแรกของโปรแกรมในตอนเช้าก็คือทะเลแหวกนั่นเอง ที่ตรงนี้จะมีเกาะอยู่สามเกาะ ซึ่งก็คือเกาะทับ เกาะหม้อ และเกาะไก่ สามารถเดินหากันได้เวลาน้ำลงจะมีทางเดินให้เดินข้ามตามทรายไป แต่เคทรู้สึกว่าพวกเราไปถึงกันสายไปนิด เพราะทางเดินที่เป็นทะเลแหวกน้ำขึ้นมาถึงเข่าแล้ว เลยไม่ได้ภาพทะเลแหวกสวยๆมา เสียดายจัง.. แต่ถึงยังไงรูปจากชายหาดก็ออกมาสวยมากๆ สองภาพล่างนี้ถ่ายจากฝั่งเกาะหม้อ

ส่วนสองภาพล่างนี้ถ่ายจากฝั่งเกาะทับ เวลาคลื่นทะเลจากหลายทิศทางมาบรรจบกัน บอกเลยว่าสวยมากกก ตอนที่เราไปคนไม่ค่อยเยอะเลย ดีมากๆ มีเจอก้อนใสๆเล็กๆอยู่ตามหาดเยอะมาก ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคืออะไร ไม่กล้าจับ เลยไปถามพี่คนขับเรือเค้าบอกว่าเป็นแมงกระพรุนที่ตายแล้ว มันใสๆกลมๆ น่ารักดี

หลังจากทะเลแหวก พี่คนขับเรือก็ขับพามาจอดให้ถ่ายรูปกับเกาะไก่ ถ้าสังเกตุดีๆจะเห็นว่าเกาะไก่มีลักษณะเหมือนเป็นหัวไก่งอกขึ้นมาจากเกาะ แต่ส่วนตัวแล้วเคทว่ามันเหมือนหัวนกกระจอกเทศมากกว่า5555555 หลังจากนั้นเราก็มีจอดแวะเล่นน้ำดำน้ำกันสักพัก ปลาเยอะมากๆ

จุดเช็คอินถัดมาก็คือ เกาะปอดะ เกาะนี้น้ำใสทรายละเอียดมากเช่นกัน บริเวณน้ำตื้นจะมีปลาตัวเล็กๆว่ายกันเป็นฝูง ณ จุดๆนั้นคือแดดแรงมาก sun burn ไปแล้วเรียบร้อยเกือบทั้งตัว555555 พวกเราเลยกางเสื่อกินข้าวกลางวันกันในร่มใต้ต้นไม้ 

จุดหมายปลายทางสุดท้ายสำหรับ day trip ในวันนี้ก็คือหาดไร่เลย์นั่นเอง หาดนี้คนเยอะมาก คนเยอะกว่าทุกที่ที่ไปมาในวันนี้ ฝรั่งนอนอาบแดดกันเป็นปลาย่างเต็มชายหาดเลย555555 จริงๆเท่าที่ไปศึกษาหาข้อมูลมา หาดไร่เลย์มีอะไรให้ทำเยอะ ทั้งเดินขึ้นไปดูจุดชมวิวต่างๆนาๆ แต่ด้วยความที่เราแค่มาแวะชมแปปเดียว เลยแค่เดินเล่นบนชายหาดและไปแวะชมถ้ำพระนาง เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนมาขอพรเรื่องความรักและพอสมหวังก็นำปลัดขิกมาถวายเยอะมากๆ ไม่ค่อยได้เก็บภาพมาเท่าไหร่เพราะเคทไม่ค่อยชอบถ่ายรูปพวกศาลเจ้าเพราะไม่ค่อยแน่ใจว่าเหมาะสมหรือเปล่า

Day trip วันนี้จบค่อนข้างเร็ว แต่ก็เก็บได้ครบทุกที่ตามโปรแกรมที่วางไว้ พี่คนขับเรือแว๊นกลับมาส่งที่ท่าเรืออ่าวนางและพวกเราก็ต่อรถไปอีกท่าเรือเพื่อขึ้นเรือเฟอร์รี่รอบสุดท้ายตอน 15.30 น. ไปเกาะพีพีกัน เมื่อมาถึงเกาะพีพีจะมีค่าอุทยาน 20 บาท เคทกับเพื่อนๆพากันไปเช็คอินที่โฮสเทล ทริปนี้เราพักกันที่ Phi Phi Bucket Hostel สองคืนในราคา 544 บาทต่อคน ถูกมากอีกแล้ว5555 ห้องก็ตามสภาพ อยู่ได้ นอนหลับ ไม่สกปรก ที่สำคัญโลเคชั่นดีมากๆ อยู่ในย่านร้านอาหาร ของกิน เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงหน้าหาดเลย ตอนเที่ยงคืนเรารอเซอร์ไพร์สวันเกิดเพื่อนกัน แต่ไม่ได้ออกไปไหนเพราะเหนื่อยมากก ขอนอนให้เต็มอิ่มสัก 1 คืน

Day 4 : วันแรกที่เกาะพีพี Lazy Morning + ทัวร์ครึ่งวัน หาดลิง อ่าวโล๊ะซามะ หาดนุ้ย

เนื่องจากน้ำไฟบนเกาะพีพีต้องกระจายใช้จ่ายกันทั่วเกาะ โฮสเทลที่เราพักเลยทำการปิดระบบน้ำในช่วงสี่ทุ่มจนถึงสิบโมงเช้าของทุกวัน เลยทำให้พวกเราเกิดความขี้เกียจ.. ประมาณว่าจะตื่นเช้าทำไมถ้าตื่นมาก็ยังอาบน้ำไม่ได้อยู่ดี5555555 เลยนอนกันอย่างเต็มอิ่ม อาบน้ำแต่งตัว กว่าจะออกมากินก๋วยเตี๋ยว 50 บาทมื้อแรกก็ปาไปเที่ยง55555 พวกเราได้เดินดูพวกแพ็คเกจขายทัวร์ที่ขายตามร้านต่างๆแล้ว ส่วนใหญ่จะมีทัวร์แบบครึ่งวันจากเช้าถึงบ่าย ครึ่งวันจากบ่ายถึงเย็น แล้วก็แบบเต็มวัน (ที่พวกเราหมดสิทธิ์ไปเรียบร้อยเพราะตื่นสาย55555) ทัวร์แบบครึ่งวัน จากบ่ายถึงเย็นขายอยู่ที่ประมาณคนละ 350 บาท ต้องไป join เรือกับคนอื่น เคทกับเพื่อนเลยเดินไปถามพี่ๆคนขับเรือตรงชายหาดและต่อรองเหมาเรือหางยาวไพรเวทแบบครึ่งวันมาได้ในราคา 1,800 บาท หารกันตกคนละ 360 บาท คุ้มเลยเพราะเพิ่มอีกคนละ 10 บาท แล้วได้เรือแบบของเราเองด้วย

สถานที่แรกที่ไปก็คือหาดลิง แต่ไม่รู้ทำไมไม่เจอลิงซักตัว55555 พวกโขดหินอะไรต่างๆสวยดี ถ่ายออกมาให้ความรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเจน นางเอกจากเรื่องทาร์ซาน55555555

แวะสน็อกเกิ้ลอีกแล้วจ้าา เกาะพีพีน้ำใสปลาเยอะมาก โดดน้ำไปหลายตู้ม สดชื่นนน

แล้วเราก็มาแวะกันที่ อ่าวโล๊ะซามะ หาดสวย น้ำใส คนมาแวะกินข้าวเที่ยงกันเยอะอยู่ ตอนนั้นเคทกับเพื่อนอีกคนเมาเรือมาก คลื่นไส้ เลยแทบไม่ได้เล่นน้ำถ่ายรูปที่เกาะนี้เลย นั่งดูเพื่อนทำปราสาททราย ไม่เดินไปเดินมา นั่งเฉยๆ และกินน้ำเข้าไปเยอะๆ สักพักถึงเริ่มรู้สึกดีขึ้น (คาดว่าน่าจะมาจากการเล่นมือถือ ดูรูปบนเรือ555555)

สำหรับจุดที่ชอบที่สุดสำหรับวันนี้คือที่นี่เลย หาดนุ้ย เพราะบริเวณหาดไม่มีเรือเข้าไปเทียบท่าจอดเลย เรือจะทิ้งสมอจอดกลางน้ำ แล้วถ้าเราจะไปที่หาดเราก็ต้องว่ายไปเอง แล้วแถวนั้นก็มีพวกโขดหินสวยๆเยอะมาก มองไปทางไหนก็เขียวว ฟ้าาา ธรรมชาติสุดๆ

ตกเย็นมาเรากลับมานั่งเล่นกันต่อที่ชายหาดใกล้ๆโฮสเทล ไปอาบน้ำ หาข้าวกิน ตอนกลางคืนก็ออกมาชม Night Life ขึ้นชื่อของเกาะพีพี มีโชว์เล่นไฟ เกมส์ต่างๆให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุก บาร์ต่างๆนี่คือเรียงกันอยู่หน้าหาดเดินหากันได้เลย น่าจะสัก 4-5 ที่ ไม่แน่ใจ เท่าที่จำได้ก็มีชื่อ Stones, Slinky, Blanco แต่ละบาร์จะเปิดเพลงไม่เหมือนกัน แต่จากประสบการณ์ส่วนตัวแล้ว คิดว่า Stones เปิดเพลงสนุกโดนใจสุด ไม่ค่อยได้เก็บภาพบรรยากาศมาเยอะเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะเป็นวิดิโอ สามารถดูได้ในคลิปที่แปะไว้ต้นบทความได้เลยน้า

Day 5 : เดินขึ้นจุดชมวิวเกาะพีพี นอนอืดบนชายหาด นั่งเรือกลับอ่าวนาง

เช้าถัดมาพวกเราได้เช็คเอ้าท์ออกจากโฮสเทลแต่ยังฝากกระเป๋าเอาไว้ก่อน ช่วงสายๆเคทกับเพื่อนๆได้เดินขึ้นไปดูจุดชมวิวของเกาะ จริงๆแล้วจะมี viewpoint ทั้งหมด 3 ที่ แต่ด้วยความที่เหนื่อยกันมาก ไม่อยากเดินขึ้นเนินขึ้นเขากันแล้ว เลยมาดูแค่จุดเดียวแล้วกลับไปนอนอืดกินน้ำมะพร้าวปั่นอยู่ที่ชายหาดจนถึงช่วงบ่าย ไปเอากระเป๋าและพากันเดินไปรอที่ท่าเรือเพื่อขึ้นเรือเฟอร์รี่กลับอ่าวนางกัน

เรือเฟอร์รี่ข้ามฟากค่อนข้างใหญ่ ติดแอร์ สะดวกสบายดี คนน้อย ตีตั๋วนอนยาวได้เลย แต่ด้วยความกลัวเมาเรือเคทกับเพื่อนชอบออกมานั่งทำเอ็มวีอยู่โซนหัวเรือด้านนอก ฟังเพลงมองทะเลกินลมชมวิวไป เผลอแปปเดียวก็ถึงซะแล้ว

เมื่อมาถึงท่าเรือจะมีรถสองแถวมารอรับและมาส่งเราถึงที่พักเลย หน้าหาดอ่าวนางพระอาทิตย์กำลังตกพอดี กลับมาทันนั่งดู สวยมากๆ หลังจากนั้นก็พากันไปอาบน้ำก่อนออกมากินข้าวเย็น (street food ร้านเจ้ร้านเดิมมม555555)

เมื่อวันแรกที่พวกเรานั่งรถแดงไปเที่ยวตลาดนัดกลางคืนกัน เคทได้ขอนามบัตรพี่สตอคนขับรถแดงเอาไว้ เพราะถูกใจบริการพี่เค้ามาก แต่ดันทำหาย!!! เลยแบบสิ้นหวังกันมาก เดินออกมาหน้าหาดจะไปต่อรองรถแดงคันอื่น เพราะพวกเราปิ๊งไอเดียเช่ารถแดงสักชั่วโมง ให้พี่เค้าขับวนไปเรื่อยๆละเราก็เสียบมือถือเข้ากับลำโพงละเปิดคอนเสิร์ตกันอีก โชคดีมากที่พอเดินออกมาตรงถนนหน้าหาดละมาเจอพี่สตอพอดี เลยจัดคาราโอเกะรถแดงกันไปในราคา 250 บาท ตกคนละ 50 บาทเอง พี่เค้าก็ขับวนให้แบบสปีดเต่าทะเล พวกเราก็ร้องเพลงกันไป5555555 สนุกมากก รอบนี้เมมเบอร์พี่เค้าไว้เรียบร้อย ใครอยากได้เบอร์ติดต่อพี่สตอติดต่อเคทมาหลังไมค์ในเฟสหรือ IG ได้เลย555555

Day 6 : วันขี้เกียจที่อ่าวนาง กิน กิน กิน แล้วก็หาที่สวยๆถ่ายรูปเล่น

วันสุดท้ายของทริป ตอนเช้าตรู่เพื่อนสองคนได้ไปสนามบินก่อนแล้ว เพราะมีไฟลต์เช้า เคทกับเพื่อนอีกสองคนก็เลยตื่นกันแบบชิลล์ๆ ไปกิน Brunch กันตอนเที่ยงๆ พิซซ่า พาสต้า อร่อยมาก แล้วก็ไปนั่งคาเฟ่กินชาไทยปั่น นั่งแต่งรูป

นั่งๆกันอยู่ที่คาเฟ่ เพื่อนคนเกาหลีเคทก็ชวนไปถ่ายรูป นางไปเจอโลเคชั่นนึงที่คนเขาถ่ายกันแล้วอัพลง IG  แล้วมุมมันได้มาก มีถนน ต้นปาล์ม และหุบเขาอยู่เป็น background เราเลยไปตามล่าหามุมนี้กันจนเจอและได้รูปที่น่าพึงพอใจมา (พิกัด: หน้าโรงแรม Aonang Hill Resorts) อย่างรูปนี้ที่เคทได้มา ถ่ายติดสายรุ้งด้วย ชอบมาก แต่บอกเลยว่าร้อน แบบร้อนมากก ขาไปเดินไปนะ แต่ขากลับนั่งตุ๊กตุ๊ก5555555 เย็นๆกลับมาเอากระเป๋าที่โฮสเทลแล้วก็ไปสนามบินกัน เอ้อ ตอนนั่งแท็กซี่จากสนามบินมาอ่าวนางเคทได้ขอเบอร์ติดต่อพี่คนขับไว้ ชื่อพี่กรม ตอนขากลับเลยขอให้พี่เขามารับกลับด้วย เลยได้ราคาเดิม ถ้าใครไปเที่ยวกระบี่อยากเรียกให้พี่เค้ามารับที่สนามบิน สะกิดมาขอเบอร์ติดต่อพี่เค้าที่เคทหลังไมค์ได้เช่นกันนะคะ 

สรุปค่าใช้จ่ายทริปกระบี่ 5 คืน 6 วัน

ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ 3,319 บาท

ค่าแท็กซี่ไป-กลับสนามบิน 333 บาท

ค่าที่พักอ่าวนาง สามคืน 810 บาท

ค่าทัวร์ 4 เกาะ ทะเลแหวก หาดไร่เลย์ + หมู่เกาะห้อง รวมอาหารเที่ยง 965 บาท

เฟอร์รี่ไป-กลับอ่าวนาง-เกาะพีพี 300 บาท

ค่าที่พักเกาะพีพี สองคืน 544 บาท

ค่าทัวร์ครึ่งวันเกาะพีพี 360 บาท

ค่าอุทยานเกาะห้อง 60 + ทะเลแหวก 40 + เกาะพีพี 20 = 120 บาท

ค่ารถแดงไป-กลับ ตลาดนัดกลางคืนตัวเมืองกระบี่ 160 บาท

ค่ารถแดงขับวนรองเกะคืนสุดท้าย 50 บาท 

ค่าอาหาร-น้ำ เฉลี่ยบวกลบ 200 บาทต่อวัน x6 วัน = 1,200 บาท 

รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 8,161 บาท

Notes : ถ้าเราเลือกกินร้านอาหารที่ราคาสูง หรือใช้จ่ายไปกับของกินจุกจิกนอกเหนือจากมื้ออาหารหลักและน้ำดื่ม เช่นพวกน้ำปั่น ไอศครีม แอลกอฮอล์ ค่าใช้จ่ายก็จะสูงขึ้นไปตามกันน้า เคทว่าพวกที่พัก การเดินทาง และทัวร์ต่างๆ มันสามารถหาแบบไม่แพงได้ ต่อราคาได้ หารกับเพื่อนได้ แต่เราก็ต้องมาประหยัดตรงพวกของกินของใช้จิปาถะอีกที

สำหรับทริปนี้เคทบอกเลยว่าเอ็นจอยมากๆ เพราะไปกับเพื่อนกลุ่มที่สนิทมาก ได้ทำอะไรสนุกๆ ถ่ายรูปสวยๆ กินของอร่อยๆ สร้างความทรงจำดีๆได้โดยที่ไม่ต้องใช้จ่ายฟู่ฟ่าเลย หากใครมีข้อสงสัยอะไรเกี่ยวกับทริปหรืออยากดูรูปเพิ่มเติมก็สามารถเข้ามาดูกันได้ที่ไอจีเคทเลยน้า IG: katekunya.s ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบกันมากๆนะคะ <3

Leave a Reply